Popular Post

Popular Posts

Recent post

Tusk Dota2

It had been a brawl to remember. There stood Ymir, the Tusk, the Terror from the Barrier, the Snowball from Cobalt, the only fighter to have bested the Bristled Bruiser in a fair fight, and now the last man standing in Wolfsden Tavern. What started as a simple bar bet of supremacy ended with four regulars, a blacksmith, and six of the Frost Brigade's best soldiers writhing against the shards and splinters of almost every bottle, mug, and chair in the building. The Tusk boasted and toasted his victory as he emptied his brew. No sooner had the defeated regained consciousness than the cries for double-or-nothing rang out. The Tusk was pleased at the prospect, but none could think of a bet bigger than the one he just conquered. Horrified at the damage to his tavern and desperate to avoid another brawl, the barkeep had an idea. As skilled as he was, Ymir had never taken part in a real battle, never tested himself against the indiscriminate death and chaos of war. He proposed a wager to the fighter: seek out the biggest battle he could find, survive, and win it for whichever side he chose. The stakes? The next round of drinks. 


Ymir DotA

Hailing from the Borean Tundra, Ymir is one of the wisest Tuskarr warriors. Acquainted with years of warfare experience against raiding Ice Trolls and Nerubian Spiders that beset his village during his younger years, Ymir eagerly volunteered himself into the ranks of the Sentinel to help halt the notorious rise of the Lich King. A specialist in controlling the element of ice, Ymir's prowess lies in surprising enemies with frosty magics. His arsenal not only consists of propelling Snowballs and hurling shards of solidifying ice, but also conjuring massive Snowstorms that greatly impede his enemies' battle efficiency.

Tusk/Ymir History

Auroth ก็เป็นดั่งเช่นนักกวีเอกที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ที่เพียงแต่ต้องการเวลาในการประพันธ์บทกวี หากแต่ชีวิตของการเป็นมังกร Winter Wyvern นั้นเต็มไปด้วยการถูกขัดจังหวะเวลา บทมหากาพย์ของมังกรโบราณนั้นมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีสีสัน แต่ก็มีบางคนที่เกรงว่าเหล่ามังกรปราชญ์ที่เหลืออยู่จะไม่มีมากมายเหมือนเมื่อสมัยก่อนแล้ว มีเพียงบรรทัดเพียงไม่กี่บรรทัดที่ถูกเขียนเพิ่มในบทกวีมังกร Eldwurm Edda ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองครั้งล่าสุด Auroth คร่ำครวญอาลัยไว้ว่า "เราต่างหลงลืม ว่าชีวิตมีค่ากว่าชัยชนะ หรืออำนาจเหนือศัตรูใด และเรายังจำต้องดำเนินชีวิตของพวกเรา ในการไล่ตามหาความเป็นศิลปินในตัวเรา" นางได้เริ่มดำเนินการคณะสำรวจเพื่อค้นคว้า รวบรวมหนังสือมากมายเพื่อหาแรงบันดาลใจ แต่ว่าการค้นคว้าทั้งหมดนี้มักถูกกวนใจอยู่บ่อยครั้ง และนางก็ใช้เวลาในการประพันธ์น้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น แม้ว่านางจะทราบดีว่านางควรหลบซุ่มแต่ในถ้ำของนาง เขียนเพิ่มเติมในบทกวี นางกลับต้องหลวมตัวเข้าไปในการต่อสู้มหากาพย์กับศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งหลาย นางได้บุกปล้นชิงปราสาท ฝ่าเข้าหอสมุดโบราณมากมาย... และแม้ว่านางจะกองสุมชัยชนะและความรุ่งโรจน์ของตนไว้ นางจะเกล่าบอกตนเองว่ามันเป็นเพียงผลกระทบจากการค้นคว้าของนางเท่านั้น ในความเป็นจริงก็คือทักษะและพลังของนางในสนามรบจะเป็นที่กล่าวถึงระดับตำนาน งานวิชาที่แสนตรากตรำของนางป่านนี้คงเป็นที่น่าสรรเสริญในวรรณกรรมไปแล้ว แต่นางก็ยังไม่พร้อมที่จะยอมรับเป็นตัวเอกชูโรงในนิยายตำนานวีรกรรม นางยังปราถนาที่จะเป็นผู้สร้างมันอีกด้วย

Winter Wyvern Dota2

ที่คอนยอดปากทางเข้าไปยัง Narrow Maze มีเงาร่างของการ์กอยล์ที่นั่งยิ้มเยาะอยู่ เส้นทางสู่โลกหน้าอยู่ในสายตาของมันตลอดเวลา เดรัจฉานและปักษา มนุษย์และอสูร สิ่งมีชีวิตทุกตัวที่ตายและเลือกที่จะไปต่อต้องผ่านตาของมันไม่วันใดก็วันหนึ่ง สำหรับวิญญาณที่ไม่ยึดติด การเลือกที่จะเดินทางผ่านม่านแห่งความตายเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อโอกาสมาถึง ไม่ว่าจะด้วยอุปกรณ์หรือเล่ห์เหลี่ยมของวิญญาณเร่ร่อนบางตนที่หลบหนีออกมาจากนรกหรือสวรรค์ การ์กอยล์แสนน่ากลัว Visage ร่างทรงของจิตวิญญาณอมตะ Necro'lic ผู้ซึ่งถูกส่งออกไปตามล่าพวกมัน เก่งกาจและไร้ซึ่งความปรานี ไม่อาจหยุดยั้งด้วยกฎแห่งความตายและความเหนื่อยล้า Visage ติดตามเหยื่อของมันอย่างไร้เมตตาหรือท้อถอย และยินดีทำลายทุกคนที่อาจจะให้ที่พักพิงแก่วิญญาณที่หลบหนี มันผู้ใดที่ท้าทายกฏแห่งชีวิตหลังความตายจะไม่อาจหยุดพัก จริงอยู่ที่ว่าคนตายอาจจะฟื้นคืนได้ แต่นั่นขึ้นอยู่กับเวลาก่อนที่ Visage จะพบแล้วส่งพวกมันกลับไปยังสถานที่อันเหมาะสม

Visage Dota2

ในบรรดาจอมปีศาจที่สามารถมายังโลกนี้ได้อย่างเปิดเผย Doom นั้นไม่ค่อยจะสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับนรกและพวกปีศาจชั้นต่ำ ในขณะที่ Shadow Fiend ข้ามผ่านมายังโลกเพื่อเก็บวิญญาณโดยเฉพาะ แต่สำหรับ Shadow Demon นั้นต่างออกไป เขาได้ให้ความสนใจกับโลกนี้มายาวนานราวกับว่าการควบคุมมิตินี้จะเป็นกุญแจหลักที่จะใช้ในการครอบครองมิติที่เหลือทั้งหมด หลังจากการถูกอัญเชิญครั้งแรกโดยพ่อมดฝึกหัด Shadow Demon ได้ทำให้พรที่ขอมาทุกข้อสมปรารถนา และแสดงให้เห็นถึงพลังอันน่าประทับใจจนกระทั่งได้รับความสนใจจากนักอสุรวิทยาที่ยิ่งใหญ่หลายคนจวบจนขุนนาง ทรราช นักปกครองแบบเอกาธิปไตย และพระมหาสังฆราชาผู้ต้องพึ่งพาเวทมนตร์เพื่อรักษาอำนาจของตนเองไว้ การหลอกลวงอย่างแยบยลของเขาทำให้ผู้อัญเชิญทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นนายและ Shadow Demon เป็นผู้รับใช้ อันที่จริงเขากำลังกัดกร่อนตัวตน และเข้าควบคุมจิตใจของทุกๆ คน ท้ายที่สุด สมาชิกเกือบทุกคนของลัทธิก็เป็นเพียงหุ่นเชิดไร้ซึ่งวิญญาณ หุ่นเชิดที่จะขยายอำนาจอันชั่วร้ายของเขา ไม่มีใครคาดเดาความคิดของ Shadow Demon ได้ ซึ่ง ณ ขณะนั้น Nevermore the Shadow Fiend ก็ได้แต่ลิ้มรสวิญญาณอันน่าสะอิดสะเอียนเท่านั้น วิญญาณซึ่งแท้จริงแล้วมีแก่นแท้เป็น Shadow Demon หลังจากที่ตระหนักได้ถึงการปฏิวัติที่กำลังจะเกิดขึ้น และความสมดุลด้วยสนธิสัญญา Umbral ที่มีมายาวนานกำลังจะเปลี่ยนไป Doom และ Shadow Fiend จึงได้ร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อทำลายลัทธิที่เพิ่งออกหน่อนี้ให้สิ้นซาก จากการร่วมมือกันของมหาอำนาจทั้งสองได้ทำลายผลงาน และลัทธิของ Shadow Demon ที่ใช้เวลาสร้างมากว่าศตวรรษลงอย่างราบคาบ สมาชิกทุกคนเหลือเพียงแค่รอยเลือดที่สาดกระเซ็น ไม่หลงเหลืออะไรอยู่นอกจากเงาเล็กๆ ของปีศาจตนหนึ่ง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับฝุ่นธุลีที่ไม่มีวันตาย เพียงพอแล้วที่เศษเสี้ยวอันชั่วร้ายจะหว่านเมล็ดพันธุ์เพื่อเตรียมการสำหรับแผนต่อไปของ Shadow Demon อีกหลายศตวรรษต่อมา เขาก็เริ่มก่อตั้งกลุ่มใหม่อีกครั้ง สิ่งใดก็ตามที่โดนเศษเสี้ยวของเงานั้นสัมผัสย่อมแปดเปื้อน และขยายฐานอำนาจให้กว้างออกไป ความยุ่งเหยิงจากชิ้นส่วนที่เสียหายได้ถูกดึงดูดให้มารวมตัวกัน ถักทอ และหล่อหลอมเพื่อสร้างร่างใหม่ให้แก่ Shadow Demon ร่างใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม บัดนี้ ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบแล้วและไร้ซึ่งจุดอ่อน พร้อมสำหรับแผนการที่จะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง ดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิตที่มีแต่ความเกลียดชัง ความชั่วร้าย และเป็นภัยต่อทุกชีวิตนั้น ไม่สมควรจะอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แม้กระนั้น Shadow Demon ก็มิเคยปราศจากผู้ติดตาม

Shadow Demon Dota2

หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งและสง่า Harbinger เดินทางป้วนเปี้ยนอยู่สุดเขต Void ผู้เฝ้ายามเพียงหนึ่งเดียวแห่งสุดขอบขุมนรก ณ บริเวณ Outworld ที่เต็มไปด้วยผลึกแก้ว เขาจดจ้องสรวงสวรรค์มานานแทบจะชั่วนิรันดร์ เฝ้าระวังภัยร้ายจากราตรีไร้ขอบเขตที่ไกลโพ้นกว่าดวงดารา ลวดลายที่ฝังลึกอยู่ในสติปัญญาของเขานั้นสุกสกาวคล้ายกับคำทำนาย บทเพลงอันลึกลับบ่งบอกเป็นนัยถึงสิ่งชั่วร้ายจะถูกปลุกขึ้น เกินกว่าที่จะจินตนาการ และมันจะมุ่งเป้ามายังโลกที่มันสนใจ โลกของพวกเรา ทั้งชีวิตของเขาทุ่มเทให้กับการเฝ้าระวัง Outworld Devourer จึงไม่ค่อยสนใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้กับดวงสุริยา แต่ท้ายที่สุดด้วยเสียงแผดร้องของสิ่งมีชีวิตโบราณพร้อมกับการสัมผัสได้ถึงปัญหาที่เติบโตจากภายนอกและภายใน ส่งผลให้เขาต้องโบยบินสู่ตะวันเพื่อมาเยือนท้องทุ่งแห่งสงคราม ฐานะของ Harbinger ในคำทำนายของพวกเขานั้นเป็นที่แน่ชัด: เขาเป็นเหมือนลางบ่งบอกถึงสิ่งชั่วร้ายที่กำลังจะตามมา แต่การมาถึงของเขานั้นก็เลวร้ายเพียงพอแล้ว

Outworld Devourer Dota2

ในช่วงเวลาเริ่มแรก หรืออาจจะเรียกว่าเป็นรูปแบบที่ทรงพลังที่สุด เวทมนตร์เคยเป็นศาสตร์แห่งการจำ มันไม่ต้องการวิทยาการใด ไม่ต้องมีไม้เท้าหรืออุปกรณ์ประกอบอื่นใดนอกจากพลังจิตของพ่อมดเอง สิ่งประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งช่วยจำ เพื่อให้ผู้ฝึกหัดสามารถจดจำรายละเอียดมากมายของสูตรเฉพาะแห่งจิตใจที่จะปลดปล่อยพลังแห่งเวทมนตร์ พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในยุคนั้นคือผู้ที่มีพรสวรรค์ในการจดจำอย่างยิ่ง เป็นผู้ที่สามารถจดจำการร่ายมนตร์ต่าง ๆ ที่พ่อมดทุกคนต้องฝึกฝนจนชำนาญ ผู้ที่ทุ่มเทที่สุดอาจหวังได้ว่าในช่วงชีวิตหนึ่งอาจจะชำนาญในมนตร์เพียงสามหรือสี่บทเป็นอย่างมาก พ่อมดทั่วไปมักจะเรียนรู้ได้เพียงสอง และเป็นเรื่องปรกติที่พ่อมดประจำหมู่บ้านจะรู้เพียงบทเดียวเท่านั้น ซึ่งทำให้เขาต้องพึ่งพาคัมภีร์เวทในการจดจำเวทมนตร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ในกรณีที่เขาถูกเรียกไปเพื่อการนั้น แต่ท่ามกลางผู้ฝึกหัดในยุคเริ่มแรกก็ยังมีข้อยกเว้น อัจฉริยะผู้ฉลาดล้ำและมีความจำดีเลิศผู้นั้นซึ่งต่อมา เป็นที่รู้จักกันในนาม Invoker ในวัยเด็กของเขา เขาเป็นพ่อมดผู้มีความสามารถเกินตัวช่ำชองที่ไม่เพียงสามารถจำได้ถึงสี่ ห้า หรือเจ็ดบท แต่เขาสามารถร่ายเวทได้ไม่ต่ำกว่าสิบเวท และสามารถเรียกใช้ได้ในทันที และยังมีมากกว่านี้ที่เขาได้เรียนรู้แต่พบว่ามันไร้ประโยชน์ เมื่อเคยฝึกมาเพียงครั้งเดียวแล้ว เขาก็ไม่คิดจะจำมันไปตลอดกาล เพื่อจะได้เหลือที่ว่างไว้สำหรับเวทที่มีประโยชน์มากกว่า เวทบทหนึ่งในนั้นคือ Sempiternal Cantrap -- เวทยืดชีวิตที่พลังรุนแรงขนาดผู้ที่ร่ายเวทนี้ในยุคแรก ๆ ของพื้นพิภพยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงในยุคของพวกเรา (เว้นแต่ว่าพวกเขาถูกขยี้จนแหลกเป็นจุล) ผู้กึ่งอมตะเหล่านี้ต่างใช้ชีวิตอย่างสงบและหวาดกลัวที่จะสารภาพความลับของเขา แต่ Invoker ไม่ใช่คนที่จะเก็บซ่อนความสามารถเอาไว้ เขาคือบรรพชน ผู้เรียนรู้มาก่อนผู้ใด และจิตใจของเขายังคงมีที่ว่างสำหรับสำนึกอันล้ำลึกแห่งคุณค่าของตัวเขาเอง ดั่งเช่นมนตร์ต่าง ๆ ที่เขาเล่นสนุกกับมันมาตลอดตั้งแต่ยุครุ่งอรุณในทุก ๆ วันที่โลกกำลังดับสูญไปเรื่อย ๆ

Invoker Dota2

Kaldr หรือ Ancient Apparition เป็นภาพสะท้อนที่ฉายมาจากกาลเวลาภายนอก เขาตื่นขึ้นมาจากห้วงเวิ้งว้างอันหนาวเหน็บที่เกิดขึ้นก่อนจักรวาล และเฝ้าคอยดูจุดจบของมัน Kaldr นั้นเป็น เคยเป็น จะเป็นเพียงความจริงที่เลือนหายไปตามกาลเวลาที่เรารู้กันว่า เขาทรงพลังอย่างมาก แม้ว่านั่นนับว่าเทียบกันไม่ได้กับ Kaldr ที่แท้จริงผู้ซึ่งเป็นอมตะ บางคนเชื่อว่า แสงสว่างของ Kaldr จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตามอายุขัยของจักรวาลที่ใกล้จะสิ้นสุดเข้าไปทุกขณะ--นั่นคือ Ancient Apparition จะดูเยาว์วัยขึ้นและแข็งแกร่งนดั่งจุดจบแห่งอนันต์ที่ใกล้เข้ามา สัมผัสแห่งน้ำแข็งของเขาจะนำพาจุดจบให้แก่ทุกสิ่ง ภาพร่างของเขาจะส่องแสงอันน่าสะพรึงกลัวให้แก่ผู้ที่พบเห็น ไม่เป็นเพียงภูติผีอีกต่อไป!

Ancient Apparition Dota2

- Copyright © ข้อมูล ข่าวสาร Dota - Devil Survivor 2 - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -